วิธีเลือก จักรยาน คู่ใจ

วิธีเลือก จักรยาน คู่ใจ ปั่นแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด

จังหวะนี้เชื่อว่าคงมีหลายคนอยากสัมผัสสายลมแสงแดด ด้วยการหาจักรยานเท่ๆ สักคัน ปั่นไปเที่ยวให้สมใจอยาก นอกจากนั้นแล้วยังได้ออกกำลังกาย และช่วยลดโลกร้อนไปในคราวเดียวกัน แต่ก่อนจะเลือกจักรยานสักคันไว้เป็นพาหนะคู่ใจ ก็ต้องมาลองทำความรู้จักกันซะก่อน ว่าแบบไหนถึงจะใช่กับสไตล์คุณ ไหนๆ จะเสียเงินแล้วก็ต้องให้คุ้มค่าล่ะ

ก่อนอื่นเราก็ต้องรู้ก่อนว่า จักรยานนั้นมีกี่ประเภท แล้วค่อยเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน หลักๆ แล้วก็จะมีดังนี้

  1. จักรยานทั่วไป

ว่ากันง่ายๆ มันคือจักรยานจ่ายตลาด ส่วนมากมักไม่มีเกียร์ (ก็ปั่นไปแค่ปากซอยนี่เอง) หรือถ้าซื้อดีๆ หน่อยเดี๋ยวนี้ก็มักจะมีติดมาให้อยู่แล้ว ทั้ง 3 เกียร์, 6 เกียร์ แต่สิ่งที่ยังไงก็ขาดไม่ได้ก็คือ ‘ตะแกรงหน้า’ ไว้ใส่กับข้าวนั่นแหละ จักรยานแบบนี้มักมีน้ำหนักมาก แต่ราคาก็ถูกมากเช่นกัน รุ่นแพงหน่อยก็จะมีอุปกรณ์ประกอบมาให้แบบครบครัน เช่น ไฟหน้า บังโคลน บังโซ่ อานซ้อนท้าย ฯลฯ

  1. จักรยานพับ (Folding Bike)

จักรยานที่เหมาะกับวิถีคนเมืองสุดๆ เน้นพกพาไปใช้งานตามที่ต่างๆ พาขึ้นรถโดยสารได้สะดวก ใส่ไว้ท้ายรถก็ได้ มักใช้ปั่นในระยะทางใกล้ๆ แต่ด้วยโครงสร้างที่ต้องพับเก็บได้จึงทำให้ความแข็งแรงทนทานลดลงไป รวมถึงราคาที่แพงลิบลิ่ว (สำหรับของมือหนึ่ง)

  1. จักรยานฟิกซ์เกียร์ (Fixed Gear)

สุดยอดความเท่ของวัยรุ่นยุคนี้ เริ่มฮิตกันมากขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เพราะดูแลรักษาง่าย สีสันโดนใจ โครงทำจากวัสดุอย่างดี มีตั้งแต่เหล็กไฮเทนเกรดดี ไปจนถึงคาร์บอนไฟเบอร์ และโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน แต่จุดเด่นจริงๆ นั้นอยู่ที่เฟืองหลังซึ่งเป็นแบบตาย (Fixed) ติดกับล้อหลัง ไม่สามารถหมุนฟรีได้เหมือนจักรยานแบบอื่น การขี่จึงต้องหมุนขาอยู่ตลอดเวลา หยุดคือหยุด การเบรคต้องใช้เท้าฝืนหรือการรั้งล้อหลังเท่านั้นรถจึงจะหยุด ฉะนั้นคนที่ขี่จักรยานชนิดนี้ต้องมีการฝึกฝน และใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

  1. จักรยานเสือภูเขา (Mountain Bike)

สมบุกสมบันต้องคันนี้ ออกแบบมาเพื่อการขี่ขึ้นเขาลงห้วยโดยเฉพาะ มีระบบกันสะเทือนหรือ ‘โช้คอัพ’ โครงสร้างแข็งแรง ยางล้อใหญ่ และหนา มีระบบเกียร์ให้เลือกตั้งแต่ 10-27 สปีด นอกจากจะใช้งานสมบุกสมบันแล้วยังใช้เป็นจักรยานท่องเที่ยวได้ด้วย

ด้วยความอเนกประสงค์ของมัน จึงมีจักรยานลูกผสมอีกแบบออกมา ชื่อว่า ‘ซิตี้ไบค์'(City Bike) สำหรับขี่ในเมืองโดยเฉพาะ ลักษณะคล้ายเสือภูเขา แต่ยางล้อจะเล็กกว่า ดอกยางไม่ลึก เปลืองแรงน้อยกว่า

  1. จักรยานเสือหมอบ (Road Bike)

ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทางเรียบโดยเฉพาะ แข็งแรง น้ำหนักเบา หน้าตาคล้ายจักรยานแข่งขัน จุดเด่นอยู่ที่การแทรกตัวผ่านอากาศด้วยท่าทางการขี่ ที่ต้องก้มตัวต่ำเพื่อเพิ่มความเร็ว แบบที่เราเห็นในการแข่งขันรายการระดับโลกอย่างตูร์ เดอ ฟรองซ์ (Tour De France) ใช้เป็นจักรยานออกกำลังหรือขี่ท่องเที่ยวก็ได้ แต่เหมาะกับทางเรียบเท่านั้น

 

  1. จักรยานไฮบริด (Hybrid Bike)

ดึงเอาจุดเด่นของจักรยานเสือภูเขา และจักรยานเสือหมอบเข้าด้วยกัน โดยใช้ท่านั่งที่สบายแบบเสือภูเขา ใช้ล้อขนาดเดียวกับเสือหมอบ มีความคล่องตัวสูง แข็งแรงทนทาน สามารถนำชุดเกียร์ของเสือหมอบ และเสือภูเขามาใส่ด้วยกันได้ แล้วแต่ลักษณะการใช้งาน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *